หลังคาเมทัลชีทร้อนเร็วกว่าวัสดุหนา ๆ เพราะเหล็กนำความร้อนได้ดี แต่ความร้อนที่รู้สึกได้จริงในห้องขึ้นกับ "สิ่งที่อยู่ใต้แผ่น" มากกว่าตัวแผ่น ถ้าจัดการฉนวนและการระบายอากาศให้ดี หลังคาเมทัลชีทก็อยู่สบายได้

1. เลือกแผ่นบุฉนวนมาจากโรงงาน

วิธีที่ได้ผลชัดที่สุดคือใช้แผ่นเมทัลชีทบุพียูโฟม เพราะฉนวนแนบติดใต้แผ่น ลดทั้งความร้อนและเสียงฝนในคราวเดียว ยิ่งฉนวนหนายิ่งกันร้อนได้ดีขึ้น

2. ติดฉนวนใต้แปหรือบนฝ้า

ถ้าหลังคาเดิมเป็นแผ่นเปล่าอยู่แล้ว ยังเสริมฉนวนทีหลังได้ เช่น ปูฉนวนม้วนบนฝ้า หรือติดแผ่นสะท้อนความร้อนใต้แป วิธีนี้ยืดหยุ่นและมักถูกกว่าการรื้อหลังคาใหม่

3. เลือกสีแผ่นให้เหมาะ

สีอ่อนสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีเข้ม อาคารที่โดนแดดเต็ม ๆ ทั้งวันจึงมักเลือกสีอ่อน ส่วนสีเข้มดูสวยและซ่อนคราบได้ดีกว่า แต่สะสมความร้อนมากกว่า

4. ระบายอากาศใต้หลังคา

อากาศร้อนที่ค้างใต้หลังคาคือสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ห้องร้อน ทางออกคือเปิดช่องระบายที่สันหลังคาหรือหน้าจั่ว ติดลูกหมุนระบายอากาศ หรือทำช่องลมใต้ชายคา ให้ลมไหลเข้าออกได้ต่อเนื่อง

5. ทำฝ้าเพดานและเว้นช่องอากาศ

ฝ้าเพดานช่วยกั้นความร้อนอีกชั้น และช่องอากาศระหว่างฝ้ากับหลังคาทำหน้าที่เป็นฉนวนตามธรรมชาติ ถ้าเลือกวัสดุฝ้าที่ทนชื้นอย่างฝ้าสมาร์ทบอร์ดก็ใช้กับพื้นที่กึ่งภายนอกได้

6. เพิ่มชายคาและกันสาด

ชายคายื่นยาวขึ้นช่วยบังแดดที่ตกกระทบผนังและหน้าต่าง ลดความร้อนที่เข้าบ้านทางอื่นนอกจากหลังคา งานกันสาดโค้งก็ช่วยเรื่องนี้ได้

คำถามที่พบบ่อย

พียูโฟมกับฉนวนใยแก้ว อันไหนกันร้อนดีกว่า

ทั้งคู่กันร้อนได้ดี ต่างกันที่วิธีติดตั้งและความทนชื้น พียูโฟมยิงติดใต้แผ่นมาจากโรงงานจึงเรียบร้อยและไม่ยุบตัวง่าย ส่วนฉนวนใยแก้วเป็นม้วนปูทีหลัง ราคาย่อมเยากว่า แต่ต้องระวังความชื้นและการยุบตัวตามอายุ

ติดฉนวนแล้วยังร้อนอยู่ เพราะอะไร

ส่วนใหญ่มาจากอากาศร้อนค้างใต้หลังคาเพราะไม่มีช่องระบาย หรือความร้อนเข้าทางผนังและหน้าต่างที่โดนแดดโดยตรง การเพิ่มช่องระบายอากาศและบังแดดฝั่งที่โดนหนักมักช่วยได้มาก

บ้านพักอาศัยควรใช้ฉนวนหนาเท่าไหร่

บ้านทั่วไปนิยมเริ่มที่ฉนวนหนาประมาณ 1 นิ้ว ส่วนห้องที่ติดแอร์หรือใช้งานใต้หลังคาโดยตรงมักเลือก 2 นิ้วขึ้นไป ทีมงานช่วยแนะนำตามลักษณะการใช้งานได้