จุดรั่วอันดับต้น ๆ ของหลังคาเมทัลชีทคือ รูสกรู การเลือกสกรูให้ถูกชนิดและยิงให้ถูกวิธีจึงสำคัญไม่แพ้ตัวแผ่น
เลือกสกรูให้ตรงกับงาน
- ปลายสว่าน (Self-drilling) สำหรับยึดเข้าแปเหล็ก เจาะทะลุได้ในขั้นตอนเดียว
- ปลายแหลม (Self-tapping) สำหรับยึดเข้าไม้
- แหวนยาง EPDM ต้องมีเสมอสำหรับงานหลังคา เพราะทำหน้าที่อุดรูไม่ให้น้ำซึม
- ความยาว ต้องยาวพอให้เกลียวจับแปได้เต็ม โดยเผื่อความสูงลอนของแผ่นด้วย
- หัวสกรูสี เลือกสีให้ตรงกับแผ่น ช่วยให้งานดูเรียบร้อย
ยิงตรงไหน บนสันลอนหรือท้องลอน
งานหลังคาทั่วไปนิยมยิงบนสันลอน เพราะเป็นจุดที่น้ำไม่ขัง ส่วนการยิงท้องลอนจะพบในบางระบบและงานผนัง ซึ่งต้องอาศัยแหวนยางและการขันที่พอดีเป็นพิเศษ ทั้งนี้ให้ยึดตามคำแนะนำของผู้ผลิตแผ่นรุ่นที่ใช้
ขันแค่ไหนถึงพอดี
- พอดี คือแหวนยางแนบกับแผ่นจนยางเริ่มเสยออกเล็กน้อยรอบหัวสกรู
- แน่นเกินไป ยางจะบานและแตกเร็ว ทำให้รั่วในไม่กี่ปี
- หลวมเกินไป ยางไม่แนบ น้ำซึมได้ทันทีและแผ่นอาจสั่นเวลาลมแรง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลังคารั่ว
- ยิงเยื้องแนวแป ทำให้สกรูไม่จับเนื้อเหล็กและรูค้างอยู่บนแผ่น
- ใช้สกรูที่ไม่มีแหวนยาง หรือแหวนยางเสื่อมสภาพจากของเก่าเก็บ
- ยิงซ้ำรูเดิมหลังถอดสกรู ทำให้เกลียวไม่จับและน้ำซึม
- เก็บเศษเหล็กจากการเจาะไม่หมด เศษเหล่านี้เป็นสนิมและกินผิวแผ่น
อยากลดจุดเสี่ยงรั่วให้เหลือน้อยที่สุด
เลือกลอนสแนปล็อคซึ่งยึดด้วยการล็อกขอบลอนเข้าหากัน ไม่ต้องยิงสกรูทะลุหน้าแผ่น จึงไม่มีรูสกรูบนพื้นผิวหลังคา เหมาะกับหลังคาลาดน้อยและงานที่อยากลดการซ่อมบำรุงในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
สกรูหลังคาควรเปลี่ยนทุกกี่ปี
ไม่มีกำหนดตายตัว แต่ควรตรวจทุก 1-2 ปี ถ้าพบยางแข็งกรอบ แตก หรือหัวสกรูเป็นสนิม ควรเปลี่ยนเฉพาะจุดก่อนที่น้ำจะซึมลงโครงสร้าง
ยิงสกรูกี่ตัวต่อแผ่น
ขึ้นกับความกว้างแผ่น จำนวนแป และแรงลมในพื้นที่ โดยทั่วไปจะยิงทุกแนวแปและเพิ่มความถี่ที่ชายคาและขอบหลังคาซึ่งรับแรงลมมากที่สุด ทีมงานคำนวณจำนวนให้พร้อมใบเสนอราคาได้
