คำถามที่ลูกค้าถามเราบ่อยที่สุดเวลาจะทำหลังคาใหม่คือ “เมทัลชีทควรใช้หนาเท่าไหร่” คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทอาคาร ระยะแป งบประมาณ และสิ่งที่เจ้าของงานให้ความสำคัญ เช่น ความเงียบเวลาฝนตก หรืออายุการใช้งาน
ความหนาที่ระบุ วัดจากอะไร (TCT กับ BMT)
เวลาดูสเปกเมทัลชีทจะเจอค่าความหนาสองแบบ ซึ่งควรเข้าใจก่อนเปรียบเทียบราคา
- TCT (Total Coated Thickness) คือความหนารวมทั้งเนื้อเหล็ก ชั้นเคลือบกันสนิม และชั้นสี
- BMT (Base Metal Thickness) คือความหนาเฉพาะเนื้อเหล็ก ไม่รวมชั้นเคลือบและสี
แผ่นที่เขียนว่าหนา 0.35 มม. แบบ TCT จะมีเนื้อเหล็กบางกว่าแผ่น 0.35 มม. แบบ BMT เสมอ ดังนั้นก่อนเทียบราคาจากหลายร้าน ควรถามให้ชัดว่าเป็นค่าแบบไหน
ความหนาแต่ละช่วง เหมาะกับงานแบบไหน
- ประมาณ 0.25 - 0.30 มม. น้ำหนักเบาและราคาประหยัด เหมาะกับงานขนาดเล็ก เช่น หลังคาต่อเติมหลังบ้าน ที่เก็บของ หรือโรงเรือนชั่วคราว
- ประมาณ 0.35 มม. เป็นช่วงที่นิยมสำหรับหลังคาบ้านพักอาศัยและโรงจอดรถ สมดุลระหว่างความแข็งแรงและราคา
- ประมาณ 0.40 - 0.50 มม. แข็งแรง ทนแรงเหยียบระหว่างติดตั้งและซ่อมบำรุงได้ดีกว่า เหมาะกับโกดัง โรงงาน และหลังคาที่มีช่วงแปกว้าง
ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ระยะแปที่รองรับได้จริงขึ้นกับรูปลอนและข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละราย ทีมงานของเราจะตรวจแบบโครงหลังคาก่อนแนะนำความหนาทุกครั้ง
แผ่นหนาขึ้น ช่วยเรื่องเสียงฝนและความร้อนไหม
แผ่นที่หนาขึ้นช่วยให้เสียงฝนทุ้มลงเล็กน้อยและแผ่นไม่ยุบง่าย แต่ถ้าต้องการลดความร้อนและเสียงอย่างชัดเจน วิธีที่ได้ผลกว่าคือเลือก เมทัลชีทพร้อมฉนวน PU Foam หรือติดฉนวนใต้หลังคาเพิ่ม
อย่าดูแค่ความหนา ให้ดูชั้นเคลือบด้วย
อายุการใช้งานของเมทัลชีทขึ้นกับชั้นเคลือบกันสนิมไม่แพ้ความหนา แผ่นเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม (Zinc-Aluminium) จะระบุปริมาณการเคลือบเป็นตัวเลข เช่น AZ70 หรือ AZ150 ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งเคลือบหนา ทนการกัดกร่อนได้นานขึ้น เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือใกล้แหล่งสารเคมี
สรุปวิธีเลือกแบบเร็ว
- บอกประเภทอาคารและขนาดหลังคา
- ตรวจระยะแปของโครงหลังคา
- เลือกความหนาตามการใช้งาน แล้วถามให้ชัดว่าเป็น TCT หรือ BMT
- เลือกชั้นเคลือบและสีให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
หากยังไม่แน่ใจ ส่งแบบหรือรูปหน้างานมาให้ทีมงาน เมทัลโฮม สตีล (อุดรธานี) ช่วยแนะนำและคำนวณจำนวนแผ่นให้ฟรี
